2646827064637962082908503287605057997581997n

RULE AND REGULATIONS

หมวดที่หนึ่ง บททั่วไป


ชื่อสมาคม:    สมาคมผู้ช่วยผู้บริหารและเลขานุการแห่งประเทศไทย 
                      (The Administrative Professional and Secretary Association of Thailand) 
ชื่อย่อ:            APSAT

APSATLOGO

[[POS3]]
                เลขที่ 6/2 ถนนพิชัย แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 
                โทรศัพท์ 0 2241 5555, 0 2243 0898, 08 9111 5715
                โทรสาร 0 2243 6538 
                E-mail: wsat70@hotmail.com / apsat.th@gmail.com
               Website: www.secretarythailand.org

รอบปีสมาคม 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน 

หมวดที่สอง สมาชิก

สมาคมนี้มีสมาชิก 2 ประเภท 
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- สมาชิกสามัญ/สมาชิกทั่วไป
  1. เพื่อส่งเสริมคุณค่าของอาชีพผู้ช่วยผู้บริหารและเลขานุการให้แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจ และอุตสาหกรรม องค์กรของรัฐ และสื่อต่าง ๆ 
  2. เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพผู้ช่วยผู้บริหารและเลขานุการ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพผู้ช่วยผู้บริหารและเลขานุการมีส่วนร่วมทำงานเป็นทีมกับฝ่ายบริหาร โดยจัดให้มีการศึกษาเพิ่มเติม  ฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและระบบสื่อสารที่ทันสมัยอยู่เสมอ
  3. เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ สมานสามัคคีและสร้างเครือข่ายในกลุ่มบุคคลที่มีอาชีพเดียวกัน
  4. จัดพิมพ์เอกสารเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่สมาชิกและบุคคลทั่วไป
  5. เพื่อเชิดชูและดำรงไว้ซึ่งเกียรติ จรรยาบรรณ และศักดิ์ศรีของอาชีพผู้ช่วยผู้บริหารและเลขานุการ
  6. เพื่อติดต่อสัมพันธ์กับสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันระหว่างประเทศ
  7. เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการบำเพ็ญกุศลเพื่อสาธารณะกุศลในโอกาสอันควร
  8. กิจกรรมทั้งปวง การดำเนินงานและนโยบายของสมาคม จะต้องไม่มีอิทธิพลทางการเมืองเข้าแทรกแซงไม่ว่าในประเทศหรือนอกประเทศ
  9. ให้คำปรึกษาบุคคลในวิชาชีพเลขานุการ ให้ความรู้ให้การศึกษาทางวิชาการทั้งทางด้านทฤษฎี และทางด้านปฏิบัติแก่องค์กร สถาบันการศึกษา มูลนิธิ สโมสร สมาคม และนิติบุคคล  

- สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือผู้มีอุปการะคุณ ผู้ทรงความรู้ ความสามารถ และคุณูปการ  ทำประโยชน์แก่สมาคมฯ และสมาชิก 
- สมาชิกสามัญ/สมาชิกทั่วไป คือบุคคลบรรลุนิติภาวะ ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งหรือหน้าที่ เลขานุการ ผู้ช่วยผู้บริหาร ผู้บริหารจัดการ 

-   สมาชิกกิตติมศักดิ์ ด้วยการได้รับเชิญจากการคัดเลือกของคณะกรรมการด้วยเหตุผลตามคุณสมบัติ
-   สมาชิกสามัญ/สมาชิกทั่วไป ด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยมีผู้ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้การรับรองการสมัคร
-   การเริ่มนับสมาชิกตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเป็นสมาชิกจากคณะกรรมการ

สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่เสียค่าสมาชิก
สมาชิกสามัญ/สมาชิกทั่วไป 
• ค่าแรกเข้า 300 บาท
• ค่าบำรุงรายปี  600 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

1. มีสิทธิรับข่าวสารจากสมาคมฯ 
2. มีสิทธิให้ความเห็น ข้อเสนอแนะแก่สมาคมฯ และสมาชิกในสมาคมฯ
3. มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมในลักษณะต่าง ๆ โดยมีเงื่อนไขตามข้อกำหนดของสมาคมฯ
4. มีสิทธิเข้าสถานที่ของสมาคมฯ
5. มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญ วิสามัญ ประจำปี รวมถึงการให้ความเห็นลงคะแนนในการประชุมเช่นว่านั้น
6. มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และกรรมการสมาคมโดยมีเงื่อนไขตามข้อกำหนดของสมาคมฯ
7. มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนเท่าที่สมาคมฯ สามารถกระทำได้
8. มีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง และประกาศของสมาคมฯ
9. มีหน้าที่เชิดชู สรรสร้างคุณูปการอันเป็นประโยชน์แก่สมาคมฯ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า
10. มีหน้าที่ช่วยเหลือบรรดาสมาชิกให้ได้รับความรู้ บรรเทาความเดือดร้อนตามกำลังความสามารถ
11. มีหน้าที่เข้าประชุมสามัญ หรือวิสามัญ ไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี
12. มีหน้าที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการอำนวยการ ตลอดจนการออกเสียงลงคะแนนในวาระอื่นของการประชุมสามัญ หรือวิสามัญแล้วแต่กรณี

• สมาชิกกิตติมศักดิ์  
• สมาชิกสามัญ/สมาชิกทั่วไป    
• การต่ออายุสมาชิกภาพสามารถทำได้ด้วยการปฏิบัติตนตามข้อบังคับ กฎระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และรับรอง

1. เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
2. ตาย
3. ลาออก
4. ผิดข้อบังคับ กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนแล้ว 3 ครั้ง

หมวดที่สาม  คณะกรรมการ

  1. สมาคมฯ กำหนดให้มีผู้ดำเนินการแทนสมาคมฯ มีจำนวนอย่างน้อย 6 คน และไม่เกินกว่า 15 คน สมัยหนึ่งมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี และให้เรียกรวมกันว่า “คณะกรรมการ” 
  2. การดำรงตำแหน่งคณะกรรมการจากการเลือกตั้งและนายทะเบียนสมาคมได้รับรอง ต้องธำรงตนในตำแหน่ง มีอำนาจและหน้าที่ตามข้อบังคับนี้ เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบตามวาระแล้วให้คณะกรรมการที่ครบวาระทำการส่งมอบตำแหน่งแก่คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมฯ รับรอง 
  3. การดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการจากการเลือกตั้งเฉพาะการณ์  คงครบวาระไปตามระยะเวลาของคณะกรรมการในสมัยวาระนั้น
  4. หากกรณีอันไม่อาจก้าวล่วงได้ เป็นเหตุให้คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่เข้ารับตำแหน่งและหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการที่ครบวาระนั้น ทำหน้าที่นั้น ๆ ไปก่อน โดยให้เรียกว่า “คณะกรรมการรักษาการ” ไปจนกว่าคณะกรรมการใหม่จะเข้ารับตำแหน่งและทำหน้าที่ต่อไปได้
ให้มีตำแหน่งหน้าที่ดังนี้ 

  1. นายกสมาคมฯ - ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า กำหนดนโยบาย ควบคุม กำกับในการดูแลจัดการบริหารกิจการสมาคมฯ 
  2. อุปนายก - ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมฯ ทำหน้าที่แทนนายกสมาคมฯ  เมื่อนายกสมาคมฯ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และทำงานอื่นตามที่นายกสมาคมฯมอบหมาย
  3. เลขานุการ - ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของสมาคมฯ จัดการประชุมทำรายงานการประชุม และทำงานอื่นตามที่นายกสมาคมฯ มอบหมาย
  4. นายทะเบียน - ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก ประวัติสมาชิก การเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิก เอกสารต่าง ๆ ของสมาชิกและทำงานอื่นตามที่ นายกสมาคมฯ มอบหมาย
  5. เหรัญญิก - ทำหน้าที่ดูแลในระบบการเงิน การบัญชี ภาษีอากรของสมาคมฯ และทำงานอื่นตามที่นายกสมาคมฯ มอบหมาย
  6. ปฎิคม – ทำหน้าที่จัดเตรียมสถานที่สำหรับสมาชิกสมาคมฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการประชุม หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ และทำงานอื่นตามที่นายกสมาคมฯมอบหมาย
  7. ประชาสัมพันธ์ - ทำหน้าที่เผยแพร่ สื่อสาร แสดงออก เพื่อแจ้งข่าวสารต่าง ๆ แก่สมาชิกหรือสาธารณชนตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ตามประกาศ

  1. นายก หรืออุปนายก และกรรมการอื่นอีกอย่างน้อย 3 คน ลงลายมือชื่อร่วมกัน หรือกรณีนายก หรืออุปนายก ไม่อยู่ในสภาพทำการได้แล้วให้กรรมการอื่นใช้ เสียงส่วนใหญ่ลงลายมือชื่อร่วมกัน ให้เรียกการณ์นี้ว่ามติคณะกรรมการ ผูกพันสมาคมฯ ได้
  2. มีอำนาจออก กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ภายใต้ข้อบังคับของสมาคมฯ รวมถึง   การทำหนังสือบอกกล่าวให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการแก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล องค์กร ตามวัตถุประสงค์ หรือข้อบังคับของสมาคมฯ ตลอดจนมอบอำนาจเพื่อจัดการงานดังกล่าว
  3. มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการหรือคณะทำงานในชื่ออื่นเพื่อกิจการสมาคมฯ ให้อำนาจคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการหรือคณะทำงานในชื่ออื่นเพื่อกิจการสมาคมฯ เป็นผู้กำหนดแนวทาง และวิธีปฏิบัติ
  4. มีอำนาจจัดหรือร่วมจัดซื้อ จัดจ้าง บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล องค์กร ตามวัตถุประสงค์สมาคมฯ มีอำนาจเข้าร่วมในกิจการงานอันเป็นสาธารณะ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ 
  1. เผยแพร่นโยบาย ส่งเสริม สร้างสรรค์ พัฒนา กิจการสมาคมฯ อย่างมีเกียรติภูมิ
  2. สรรหา เชื้อเชิญ ชักชวน บุคคลเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฯ
  3. ส่งเสริม เพิ่มเติม องค์ความรู้ พัฒนาความสามารถ แก่มวลสมาชิกของสมาคมฯ และบุคคลทั่วไป
  4. จัดหรือเข้าร่วมในกิจการ กิจกรรม กับบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล องค์กร อันมิได้แสวงหากำไร เพื่อประโยชน์แก่สมาคมฯ หรือสาธารณะประโยชน์
  5. จัดการประชุมคณะกรรมการ อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน
  6. จัดการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง การประชุมใหญ่ครั้งอื่นให้ เรียกว่า ประชุมใหญ่วิสามัญ
  7. จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ เรียกว่า การเลือกตั้งทั่วไป ส่วนการเลือกตั้งเพื่อทดแทนกรรมการในคณะกรรมการที่ว่างนั้นให้เรียกว่า การเลือกตั้งเฉพาะการณ์
  8. จัดให้มีประชุมวิชาการ สัมมนา กิจกรรม พบปะสังสรรค์ ตามโอกาส เทศกาลต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สมาคมฯ สมาชิกสมาคมฯ และบุคคลทั่วไป
  1. ลาออก 
  2. เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
  3. ตาย 
  4. พ้นจากสมาชิกภาพ
  5. ผิดข้อบังคับ กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ของสมาคมฯ และสมาคมฯ ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนแล้ว
  6. ไม่เข้าร่วมประชุมเกินกว่าหนึ่งในห้าของปีการประชุม
  7. ไม่เข้าร่วมกิจกรรมเกินกว่าหนึ่งในสามของปีกิจกรรม
  1. จัดการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมฯ ตามวาระ ให้เรียกว่าการเลือกตั้งทั่วไป ส่วนการเลือกตั้งเพื่อทดแทนกรรมการในคณะกรรมการที่ว่างนั้นให้เรียกว่า การเลือกตั้งเฉพาะการณ์
  2. ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง สถานที่จัดการเลือกตั้งและประกาศผลการเลือกตั้ง วิธีการรับสมัคร วิธีการเลือกตั้ง การลงคะแนน การนับคะแนน การรับรองคะแนน และการประกาศผลการเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการคัดค้าน และการพิจารณาตัดสินข้อคัดค้านการเลือกตั้งนั้น

หมวดที่สี่ การประชุมใหญ่

สมาคมฯ มีกำหนดการประชุมใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
• ประชุมใหญ่สามัญ
• ประชุมใหญ่วิสามัญ เป็นการประชุมใหญ่ครั้งอื่นนอกเหนือจากการประชุมใหญ่
สามัญ

ประชุมใหญ่สามัญ จัดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง ภายในระยะเวลา 120 วัน นับแต่วันที่ครบรอบปีบัญชีสมาคมฯ  มีวาระการประชุมในการแถลงต่อสมาชิกอย่างน้อย ดังนี้ 

1. ผลงานกิจการตลอดระยะรอบปีสมาคมฯ
2. พิจารณา รับรอง งบแสดงสถานะทางการเงินประจำรอบปีสมาคมฯ โดยมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ลงนามรับรองแล้ว
3. พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำรอบปี

ประชุมใหญ่วิสามัญ เป็นการประชุมใหญ่ครั้งอื่นนอกเหนือจากการประชุมใหญ่สามัญเป็นการประชุมอันมีวาระอื่น นอกจากวาระบังคับตามการประชุมใหญ่สามัญ ที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

การบอกกล่าวเรียกประชุม
การประชุมใหญ่สามัญ ให้คณะกรรมการมีมติเรียกประชุม โดยออกหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุม เป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม ด้วยวิธีการส่งไปรษณีย์ส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางสื่อสาร

การประชุมใหญ่วิสามัญ สามารถกระทำได้ 2 กรณี   

1. คณะกรรมการ มีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ หรือ
2. สมาชิกเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ทำคำร้องขอให้จัดการเรียกประชุม ระบุถึงเหตุผล และวาระที่ต้องการประชุมนั้น ยื่นต่อคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการทำการพิจารณาไต่สวน พร้อมกับมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีเห็นชอบกับการร้องขอ ให้คณะกรรมการจัดการเรียกประชุมภายใน 14 วัน นับแต่วันมีมติ แต่หากมีมติไม่เห็นชอบให้สมาชิกเหล่านั้น สามารถยื่นอุทธรณ์มติดังกล่าวได้โดยแนบรายชื่อ แสดงลายมือชื่อสมาชิกเกินกว่าสามในสี่ของสมาชิกทั้งหมดในทะเบียนสมาชิก ส่งกลับมายังคณะกรรมการอีกครั้ง และให้คณะกรรมการดำเนินการเรียกประชุมนั้นภายใน 14 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการได้รับเรื่องดังกล่าว หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ตัวแทนสมาชิกสองในสามนั้น สามารถเรียกประชุมวิสามัญครั้งนั้น ได้เอง

การเข้าประชุม นับองค์ประชุม การนับคะแนนเสียง

• เมื่อมีกำหนดวันประชุมแล้ว ให้สมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของ
จำนวนสมาชิกทั้งหมด ถือว่าครบองค์ประชุม 
• หากกำหนดวันประชุมดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้ไม่ว่ากรณีใด ให้จัดการประชุมขึ้นใหม่ภายใน 14 วัน มีผู้เข้าประชุมเพียงใด ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
• เมื่อครบองค์ประชุม ให้ทำการเริ่มประชุม ตามวาระ หากว่าวาระใดมีการพิจารณาให้ลงมติอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยการออกคะแนนเสียง ให้ถือเอาเกณฑ์เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมนั้น เป็นการตัดสินมติ

หมวดที่ห้า การเงินและทรัพย์สินสมาคมฯ

  1. สมาคมฯ เป็นกิจการที่ไม่แสวงหากำไร

  2. เหรัญญิก ภายใต้นโยบายคณะกรรมการ มีหน้าที่กำกับดูแลการเงินและทรัพย์สินสมาคมฯ
  3. การเก็บรักษาทรัพย์สินให้รักษาไว้ ณ สมาคมฯ หรือสถานที่อันควรและเชื่อถือได้
  4. การเก็บรักษาเงินสด หรือเงินฝากในรูปแบบต่าง ๆ ให้เก็บรักษาไว้ในสถานที่อันควร หรือสถาบันการเงิน หรือองค์กรตามกฎหมาย 
  5. มีผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีอิสระ และรับอนุญาต

หมวดที่หก การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ

การขอเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วน จะกระทำได้ต่อเมื่อ มีมติจากการประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ 

หมวดที่เจ็ด การเลิกสมาคมฯ

การเลิกสมาคมฯ ต้องใช้มติเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมใหญ่ และมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด  เมื่อผู้ชำระบัญชีได้จัดการทรัพย์สินสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงใด ให้ยกทรัพย์สินนั้นแก่โรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรีทั้ง 3 แห่ง คือ โรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 1 อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 2 อำเภอบางทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล     อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป